BMW S1000RR

BMW S1000RR

ภายหลังที่มีการเปิดตัวกันไปอย่างเป็นทางการ สำหรับ All New BMW S1000RR รถสปอร์ตซุปเปอร์ไบค์จากดินแดนเยอรมัน ที่คราวนี้ถือเป็นการอัพเดทกันแบบหัวถึงด้านหลัง รวมถึงในเรื่องของตัวเครื่องยนต์กลไกด้วย ทาง Rocket Rider เองนั้นจะขอสมัครใจพาไปเจาะลึกถึงเนื้อหาต่างๆแบบทุกจุด ก่อนจะเปิดตัววางจำหน่ายกันในประเทศไทยเร็วๆนี้

โดยในเรื่องของงานดีไซน์นั้น ตัวรถนับว่ามีความไม่เหมือนไปจากเวอร์ชั่นปัจจุบันนี้อยู่หลายจุด อย่างไฟข้างหน้านั้นก็มาเป็นแบบสองดวงซ้ายขวา ที่มีขนาดดวงไฟเท่าๆกัน ไม่ใหญ่ข้างเล็กข้างเหมือนแต่ก่อนหน้านี้ ตัวถังน้ำมันมีความกระชับเยอะขึ้นเรื่อยๆกว่าเดิม และก็แฟร์ริ่งที่เน้นย้ำวิธีการทำเอโร่ไดนามิกที่ดีไซน์กันมาใหม่ และก็ระบบไฟแบบ แอลอีดี ตัวรถยนต์ All New BMW S1000RR นั้นมากับเครื่องยนต์กลไกขนาด 999cc แบบ 4 สูบเรียง ใช้วาล์วแบบไทเทเนียม 4 วาล์วต่อสูบ เท่ากับทั้งหมดทั้งปวงจะมีวาล์วไทเทเนียม 16 วาล์วร่วมกันให้แรงม้าสูงสุดมาอยู่ที่ 207 hp ที่ 13,500 รอบต่อนาที รวมทั้งทอร์คหรือแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 113 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุดที่ทำได้อยู่ที่หลัก 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ส่วนสำคัญของเครื่องยนต์กลไก All New BMW S1000RR ก็ระบบ BMW ShiftCam หรือระบบวาล์วผันแปรของทาง BMW โดยมีการจัดตั้ง Cam Pairs ไว้สองตัว เพื่อช่วยสำหรับในการปฏิบัติงานของ Camshaft รวมทั้งวางวาล์วไอดีที่เปิดตรงไปยังห้องเผาไหม้ ทำให้ช่วงเวลาของการนำเอาไอดีเข้าไปเผาไหม้นั้นสั้นลง แล้วก็การจุดระเบิดของเครื่องจักรนั้นสามารถทำได้ในช่วงเวลาที่รวดเร็วทันใจ ทำให้เครื่องยนต์กลไกลดอาการสั่นจากการหมุนของเหลาข้อเหวี่ยง รวมทั้งยังสามารถสร้างกำลังวังชาได้สูงในรอบต่ำลงยิ่งกว่าเดิม ซึ่งระบบนี้จะแยกการทำงานตามบริเวณความความเร็วของเครื่องจักรที่ใช้ โดยรอบการเดินเบา Low Cam Profiles จะดำเนินงานให้ตัววาล์วลดตัวใกล้หัวลูกสูบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเพื่อลดระยะการทำงาน แล้วก็ในบริเวณความเร็วสูง High Cam Profiles จะกระทำยกตัววาล์วให้สูงมากขึ้นเพื่อการทำงานในบริเวณความเร็วสูง ทั้งหมดทั้งปวงนี้จะมีผลให้ตัวรถนั้นสามารถรีดสมรรถนะออกมาได้สูงสุด ในส่วนน้ำหนักตัวของ All New BMW S1000RR นั้นจะอยู่ที่ 197 กิโลกรัม ความสูงเบาะนั่งอยู่ที่ 82.4 เซนติเมตร

สำหรับฟีเจอร์เด่นๆของ All New BMW S1000RR นั้นจะมากับโหมดสำหรับเพื่อการขับขี่ 4 โหมดร่วมกัน ก็คือ RAIN (ขับรถขณะฝนตก), ROAD (ขับรถแบบธรรมดา), DYNAMIC (ขับรถแบบประสมประสาน) และก็ RACE (ขับรถแบบลงสู่สนาม) ทำให้พวกเราสามารถขับรถตัวรถได้ในสิ่งแวดล้อมที่แตกต่าง รวมถึงระบบ Launch Control ที่จะช่วยสำหรับในการออกสตาร์ทตามรอบที่พวกเราเซ็ทไว้, Pitlane Limiter ควบคุมความเร็วสำหรับในพิทเลนของสนามสำหรับเพื่อการแข่งขัน, HSC Pro (Hill Start Control Pro) ระบบช่วยออกสตาร์ทขณะรถอยู่บนเนิน, DBC (Dynamic Brake Control) ควบคุมรูปแบบการทำงานของระบบเบรก, จอแสดงผลลัพธ์เป็นแบบ TFT 6.5 นิ้ว, engine braking torque ควบคุมแนวทางการทำงานของระบบเอนจิ้นเบรก, traction control (DTC) คุ้มครองปกป้องล้อหมุนฟรี, wheelie control ควบคุมการยกล้อ รวมถึงระบบควบคุม ABS อื่นๆอีกมากมาย โดยมีแกนหลักการทำงานของตัวเซ็นเซอร์ถึง 6 แกนร่วมกัน

*** ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจากเว็บ แทงบอลออนไลน์ มา ณ ที่นี้ด้วย ใครขาดเงินหาเงินซื้อรถ ก็ไปเสี่ยงโชคกันได้เลย ***

Close Menu